เศรษฐกิจพอเพียง

วันศุกร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560

ขวดหมักปุ๋ยจากเศษอาหารในครัวเรือน ฉบับคุณชูเกียรติ


หากคิดจะนำเศษอาหารมีใช้เป็นปุ๋ยให้เกิดประโยชน์ แต่ไม่รู้จะหาที่หมักที่ไหน ลองดูไอเดียนี้ดูค่ะ
วิธีทำขวดหมักปุ๋ยจากเศษอาหารในครัวเรือน
 1. นำขวดน้ำมาผ่าครึ่งตามขวาง ก็จะได้ขวดน้ำส่วนบนที่ฝา กับส่วนล่างซึ่งเป็นก้นขวด
2. เจาะรูที่ฝาขวดด้วยเข็มกลัดหรือตะปู โดยให้เจาะหลายๆรูให้มีช่องไฟห่างกันพอสมควร เพื่อให้น้ำสามารถผ่านได้  
3. พลิกขวดคว่ำด้านฝาลงในขวดครึ่งล่าง  กลายเป็นขวดหมักปุ๋ยเรียบร้อย
  
จากนั้น นำเศษอาหารมาคลุกเคล้ากับน้ำตาล เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องกลิ่น เเนะนำว่าควรผสมเศษอาหารกับน้ำตาลในอัตราส่วนเท่าๆกัน ใครมีหัวเชื้อจุลินทรีย์ก็ผสมลงไปด้วยเล็กน้อย บรรจุใส่ขวดที่เตรียมไว้ ปิดฝาให้สนิท โดยอาจจะใช้กระดาษมาปิดเเล้วใช้เขือกมัดให้เเน่น ทิ้งไว้ ก็จะได้น้ำหมักชีวภาพซึ่งไหลลงมาจากเศษอาหารชั้นบนเป็นที่เรียบร้อย
 
เวลาใช้เเนะนำว่าควรผสมน้ำให้อัตราส่วนประมาณ 1 ต่อ 500 เพราะน้ำหมักที่ได้ค่อนข้างเข้มข้น
ส่วนเศษอาหารด้านบน ก็สามารถนำไปผสมดินเป็นปุ๋ยหมักได้อีกทางค่ะ

ขอบคุณไอเดียดีๆ จากคุณชูเกียรติ โกเเมนค่

การทำปุ๋ยหมักในตะกร้า ในเข่ง ในตาข่าย


อันดับแรก หาตะกร้าผ้า หรือเข่ง หรือตาข่าย ...
ถ้าซื้อตาข่าย (เหล็กหรือไนล่อนก็ได้) มา 3.20 เมตร 
ก็จะทำวงเส้นผ่านศูนย์กลางได้ประมาณ 1 เมตร

1. วางใบไม้ เศษผัก เศษหญ้า 3 ส่วนหนา 5 ซม. โรยทับด้วยขี้วัว 1 ส่วน รดน้ำทุกชั้น ... 
วางอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนเต็มเข่งหรือตะกร้า ด้านบนเป็นขี้วัว ... 
ใครจะเอาอึน้องหมาน้องแมวซ่อนตามชั้นก็ได้ รับรองไม่มีกลิ่นครับ ... 
รวมทั้งเศษอาหารหรือเศษผัก

(โดยการตวงปริมาตร ไม่ใช่การชั่งน้ำหนัก) แล้วรดน้ำ .... วางเบา ๆ สลับไปเรื่อย ๆ 


ตัวอย่างเช่น ถ้าการวางใบไม้หนา 5 ซม. ใช้ไปทั้งหมด 6 กะละมัง 
ก็ให้โรยด้วยมูลสัตว์ 2 กะละมัง (สัดส่วน 3 ต่อ 1 โดยการตวง) อย่างนี้เป็นต้น .... 
มูลสัตว์จะไม่มีความหนาเพราะจะแทรกเข้าไปในใบไม้เอง .... แล้วรดน้ำ .... 
ทำอย่างนี้สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ 


หรือท่านใดจะคลุกเคล้าใบไม้ 3 กะละมังกับมูลสัตว์ 1 กะละมัง ผสมน้ำให้ชื้น 
แล้วเทลงในภาชนะ  เสร็จแล้วรดน้ำภายนอกบ่อย ๆ หรือวันเว้นวัน ... 
แล้วทุก 10 วันก็ให้เอาสายยางน้ำเสียบลงไปในแนวดิ่งเพื่อเติมน้ำข้างใน 
แทงลึกสัก 2 ใน 3 ครับ ระยะห่างแต่ละรูู 10 ซม. .... 
การเสียบแนวดิ่งเติมน้ำ เข่งหนึ่งใช้เวลาแค่ 10 วินาทีก็พอ

รดน้ำภายนอกบ่อย ๆ ถ้าไม่ลืม ... ทุก 10 วันเอาสายยางน้ำเสียบลงไป ระยะห่าง 10 ซม. ... ให้วางบนดินเพราะอาจมีน้ำซึมออกมาบ้าง ห้ามทำให้แน่น ..... 
มูลสัตว์ใช้ขี้วัว ขี้หมู ขี้ไก่ ได้หมดทั้งสดหรือแห้ง 


2.เอากะละมังรองเอาน้ำไนโตรเจนไปรดผักได้อีก


3. ครบ 2 เดือน แกะเอาใบไม้ด้านบนส่วนที่ไม่เปื่อยออก

4. คว่ำปุ๋ยหมักในเข่งหรือตะกร้าออก

5. แกะใบไม้รอบ ๆ ที่ไม่เปื่อยออก ที่เหลือคือปุ๋ยหมักทั้งหมดครับ

6. ใบไม้จะเปลี่ยนสภาพเป็นสีคล้ำ นุ่ม ไม่มีกลิ่น

7. ต้องทิ้งให้แห้งก่อนใช้

8. มีไส้เดือนแถมมาด้วย

9. วิธีการใช้ปุ๋ยหมักที่แห้งแล้วคือ 1 กำมือต่อกระถาง หรือผสมดิน 7 ส่วนต่อปุ๋ยหมัก 1 ส่วนทำดินปลูกครับ หรือถ้าเป็นแปลงผักก็ใช้ไม่เกิน 2 กก.ต่อตารางเมตร


ดูคลิปการเสียบสายยางแนวดิ่งhttps://www.facebook.com/CompostClassroom/videos/1070445709638507/?permPage=1 

การเสียบเปิดน้ำแบบนี้จะมีน้ำซึมออกมาจากก้นตะกร้าบ้าง 
จึงควรวางตะกร้าบนพื้นดินตามมุมสวน (วางบนหญ้า หญ้าจะตาย) 
ถ้าวางบนพื้นคอนกรีตก็มักจะทำให้พื้นเปื้อน ...... 
หรือจะวางบนกะละมังก็ได้เพื่อจะได้รวบรวมเอาน้ำที่ออกมาที่ก้นเข่งไปรดต้นไม้ 
น้ำที่ออกมานี้อุดมด้วยไนโตรเจนที่มีในมูลสัตว์แรงพอ ๆ กับน้ำละลายปุ๋ยยูเรีย .... 

น้ำไนโตรเจนนี้รดพืชบ่อยไม่ได้ รดมากก็ไม่ได้ พืชจะตาย ... 
ถ้าเป็นผักกินใบก็รดทุกอาทิตย์ ถ้าเป็นไม้ประดับก็ปีละ 2-3 ครั้ง ..... 
ไม้ผลรดบ่อย ๆ จะกลายเป็นบ้าใบไปครับ ...... 

ไม้กระถางผมรดทีละ 1 แก้วเท่านั้น ..... 
น้ำนี้ไม่ควรเก็บไว้นาน เพราะไม่อยากให้กลายเป็นกรด 
เดี๋ยวจะยุ่งยากขึ้นไปอีก อยากให้รีบใช้ให้หมดเมื่อเกิดน้ำครับ 

พอครบ 2 เดือน ก็หยิบเอาใบไม้ที่ไม่เปื่อยที่ผิวหน้าออก แล้วเททั้งหมดคว่ำออก 
หรือแกะเอาตาข่ายออก ... หยิบใบไม้ด้านข้างที่ไม่เปื่อยออก .... 
ถ้าดูแลน้ำไม่บกพร่อง ที่เหลือก็คือปุ๋ยหมักทั้งหมด ... 

หลังจากนั้น ทิ้งให้แห้ง จะตากแดดก็ได้ แล้วค่อยเก็บใส่ถุง ... 
ใบไม้ที่ไม่เปื่อยก็เอาทำปุ๋ยหมักรุ่นต่อไป 
ปกติการทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับ จะมีใบไม้ที่ไม่เปื่อยประมาณ 3% 
ปริมาณการใช้ปุ๋ยหมักในการปลูกผักก็คือ ตารางเมตรละ 0.5 - 2 กก. 

ใส่มากกว่า 2 กก.ต่อตารางเมตรไม่ได้ 
พืชจะสำลักจุลธาตุ ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารหลัก ที่มาจากเศษพืชวัตถุดิบ .... 
เรากำลังทำปุ๋ยหมัก ไม่ได้ทำดินปลูกนะครับ มีเศษอาหาร (ไม่เอาน้ำแกง) 
มีอึ๊น้องหมาน้องแมว ก็เอามาซ่อนในตะกร้าหรือเข่งได้ครับ รับรองว่าพอครบสองเดือน
ก็จะละลายเป็นปุ๋ยหมักหมด หาไม่เจอครับ .... 

หรือจะวางเป็นชั้นสลับกับใบไม้ตั้งแต่แรกก็ได้ อาจพัฒนาไปทำในเข่งที่ใหญ่ขึ้น 
หรือวงตาข่ายไนล่อนหรือตาข่ายเหล็ก ... แต่ขอเน้นวัสดุที่มีรูด้านข้างนะครับ
 รูด้านข้างช่วยให้มีอากาศสำหรับการย่อยสลายแบบใช้ออกซิเจนที่ไม่ส่งกลิ่น ... 

การทำในถังวงคอนกรีต หรือในคอกซีเมนต์บล็อก หรือในหลุม 
อากาศจะเข้าทางด้านข้างไม่ได้ จะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นเพราะจุลินทรีย์ขาดออกซิเจน 
แถมน้ำขังข้างใต้อีกต่างหาก การทำปุ๋ยหมักวิธีนี้เหมาะกับบ้านเรือนที่มีใบไม้ไม่มาก 
ไม่ต้องการปุ๋ยหมักเยอะ ๆ เพื่อการเกษตร ... 

เป็นวิธีที่จำลองและย่อมาจากการทำปุ๋ยหมักแบบกองแถวยาวไม่พลิกกลับกอง วิศวกรรมแม่โจ้ 1 ครับ เหมาะกับโรงเรียน หน่วยงาน ส่วนราชการด้วยครับ 

การทำปุ๋ยหมักในตะกร้าหรือเข่งแบบนี้รับประกันว่าไม่มีกลิ่น ไม่มีแมลงวัน 
อาจมีไส้เดือนบ้าง คงไม่ตกใจกันนะครับ


อ้างอิง : https://www.facebook.com/CompostClassroom/
ขอบพระคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีระพงษ์ สว่างปัญญางกูร
คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ผู้คิดค้นและถ่ายทอดภูมิปัญญา


การทำปุ๋ยหมักในกะละมัง


การทำปุ๋ยหมักแบบพลิกในกะละมัง
การทำปุ๋ยหมักแบบพลิก ขยำ บี้ ฉีก วันละครั้งในกะละมัง จะเสร็จใน 1 เดือน เสร็จเร็วกว่าแบบไม่พลิกที่เสร็จใน 2 เดือน เพราะจุลินทรีย์ได้รับออกซิเจนจากการพลิกทุกวัน ...... ใบไม้ 3 ส่วน มูลสัตว์ 1 ส่วน คลุกเคล้าในกะละมัง ไม่ต้องปิดฝา ทิ้งไว้ในร่ม คอยเติมน้ำเฉพาะเมื่อรู้สึกว่าแห้ง ความชื้นที่ดีประมาณ 50-60% หรือบีบแล้วมีน้ำซึมออกมาที่ง่ามมือสัก 1-2 หยด .....
ใครคิดถึงน้องปุ๋ย อยากจะแวะไปพลิก ขยำ บี้ ฉีก วันละหลาย ๆ รอบก็ทำได้ครับ ยิ่งดีถ้าเผลอเติมน้ำมากไปจนแฉะนองที่ก้นกะละมัง มันจะเริ่มส่งกลิ่น ให้นำไปวางแผ่กลางแดด พอหมาดดีแล้วก็เอากลับไปพลิก ขยำ บี้ ฉีกต่อครับ ..... หรือจะเติมใบไม้และขี้วัว ก็จะแก้ปัญหาแฉะเกินไปได้ครับ ใครมีเศษผัก เศษผลไม้ เปลือกผลไม้ ก็เอาใบไม้ 1-1.5 ส่วน เศษผัก เศษผลไม้ เปลือกผลไม้ 1-1.5 ส่วน ขี้วัว 1 ส่วน พลิกขยำในกะละมังวันละครั้ง ช่วง 7 วันแรกแทบจะไม่ได้พรมน้ำเลยเพราะอาจมีความชื้นจากเศษผักอยู่แล้ว
..... เราจะเติมน้ำ "เฉพาะ" เมื่อแห้งเท่านั้นครับ
..... ถ้ามีมุ้งลวดกันแมลงคลุมตลอดเวลาก็จะไม่มีปัญหาแมลงหวี่แมลงวันมาวางไข่เป็นหนอนได้ครับ
.... เศษผลไม้ เปลือกผลไม้ถ้าซอยให้เป็นชิ้นลูกเต๋าเล็ก ๆ ก็จะช่วยน้องจุลในการย่อยสลายได้ดีมากขึ้นครับ พอครบ 30 วัน ก็เอาทำให้แห้งก่อนใช้หรือเก็บในถุง การทำให้แห้งในร่มเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่ถ้าอยากรับใช้ก็ผึ่งกลางแดดสัก 2-4 วันครับ แห้งมีความชื้นสัก 30% ก็พอ คือบีบในมือแล้วคลาย ถ้าแตกบ้างเป็นก้อนบ้างก็ใช้ได้แล้ว ไม่ต้องทำให้แห้งสนิทครับ ปริมาณการใช้กับไม้กระถางคือ 1 กำมือ ปีละ 2-3 ครั้ง
..... เตรียมดินไม้กระถาง ดิน 7 ปุ๋ยหมัก 1
..... ปลูกผักในกระถาง ดิน 4 ปุ๋ยหมัก 1
..... ปลูกผักในแปลง ใส่ได้ไม่เกิน 2 กก.ต่อตารางเมตร
...... ดินกระถางเก่าเจอปุ๋ยหมัก 1 กำมือ จะกลับมาร่วนดีเลยครับ
อ้างอิง : https://www.facebook.com/CompostClassroom/
ขอบพระคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีระพงษ์ สว่างปัญญางกูร คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้คิดค้นและถ่ายทอดภูมิปัญญา





เกษตรปราณีต 1 ตารางเมตปลูกพืชได้ไม่ต่ำกว่า 35 ชนิด



1 ตารางเมตร เกษตรประณีตทำเองได้ 

การเกษตรแบบประณีต เป็นที่สนใจกันมากในปัจจุบัน เพราะทำจากเล็กไปหาใหญ่ จากง่ายไปหายาก หลักการคือ “กินของที่ปลูก และ ใช้ของที่ทำเอง” ศรัทธาในงานที่ทำ ใช้ระบบปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์หมุนเวียนอย่างต่อเนื่องและพอเพียง
พ่อคำเดื่อง ภาษี ปราชญ์ชาวบ้าน แห่งสถาบันฟื้นฟูภูมิปัญญาไทย อ.แคนดง บุรีรัมย์ กล่าวว่า เดิมทีทำเกษตรผสมผสานอยู่แล้ว มีเกษตรกร และผู้สนใจเข้ามาดูงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่มองดูว่าทำได้ยาก เพราะต้องเป็นแปลงใหญ่ใช้เนื้อที่มาก
และต้องใช้เวลานานกว่าจะประสบความสำเร็จ ทำให้คนส่วนใหญ่เกิดความท้อถอย จึงมีแนวคิดที่ว่า “ย่อส่วน”แปลงเกษตรผสมผสานให้มีขนาดเล็กลงมาเป็น”เกษตรประณีต 1 ตารางเมตร” เพื่อกระตุ้นและจุดประกายแนวคิดของเกษตรกรทั่วไปโดยเฉพาะรายย่อย และเกษตรกรที่มีที่ทำกินจำกัดมาก ก็สามรถทำได้ เป็นนวัตกรรมหนึ่งที่ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ได้อย่างดี

โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีที่ดินน้อย ผู้ที่มีเวลาน้อย มีความรู้ทางการเกษตรน้อย มีทุนน้อย มีปริมาณน้ำน้อย ขอเน้นว่า “จะทำอย่างไรจึงจะให้พื้นที่น้อยๆ เกิดประโยชน์สูงสุด”
ขั้นแรกก็สำรวจพื้นที่ที่มีอยู่ และคิดว่าเราต้องการอะไรจากพื้นที่นั้น สำรวจทรัพยากรที่มีอยู่ เช่น ทิศทางแสง วัตถุดิบและทุนทรัพย์ แล้วร่างแบบลงในกระดาษว่าจะปลูกอย่างไรให้ได้ความหลากหลายในพื้นที่นั้นถึง แล้วจึงลงมือปฏิบัติ
ในพื้นที่ 1 ตารางเมตร ถ้าวางระบบดี จะสามารถปลูกพืชได้ไม่ต่ำกว่า 35 ชนิด โดยเลียนแบบป่าธรรมชาติ ซึ่งพืชจะเกื้อกูลกันโดยไม่แย่งอาหารกัน โดยเราจะขุดหลุมปลูกกล้วยไว้ตรงกลาง และปลูก

ไม้ยืนต้นไว้มุมทั้งสี่ด้าน เอาไว้สร้างบ้านในอนาคต อาจเลือกปลูก ยางนา มะฮอกกานี หรือต้นสักทองก็ได้ นอกจากนี้อาจเลือก มะรุม ขี้เหล็ก แคป่า รวมถึงผลไม้เช่น ขนุน กระท้อน มะขาม มะกอกน้ำ มังคุด น้อยหน่า ทับทิม รวมทั้ง
ไม้ทำยาพื้นบ้าน เช่น มะตูม มะหาด มะเกลือ
ไม้ให้น้ำมัน เช่นต้นพลวง ต้นสะแบง
ไม้ดอกสวยงาม เช่น ต้นจาน คูน ดาวเรือง
ไม้หอมเช่น กฤษณา กันเกรา ต้นปีบ
ไม้ใช้ใบเลี้ยงสัตว์ เช่น ประดู่ ไผ่
ไม้ไล่แมลง เช่น สะเดา ยอป่า
ไม้ทำเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ เช่น มะค่าโมง มะค่าแต้ ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้แดง


ทั้งยังสามารถปลูกผักสวนครัว เช่น ชะพลู มะเขือพวง มะเขือเทศ ยี่หร่า กุยช่าย โหระพา หอม สะระแหน่ มะกรูด มะละกอ มันเทศ พลูคาว แตงกวา และพริกในบริเวณเดียวกัน สามารถรดน้ำใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ได้พร้อมๆกัน ในเวลาเดียวกัน– ถ้ามีกล้วย กล้วยจะเป็นพี่เลี้ยงให้ร่มเงา และเก็บความชื้นไว้ให้กับพืชอื่นๆ
ยังมีความรู้อีกมากจากพ่อคำเดื่อง ภาษี บ้านโนนเขวา ต.หัวฝายกิ่ง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ “สถาบันฟื้นฟูภูมิปัญญาไท“โทร 081-876-5906 และ 085-777-7530

วันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2560

วิธีปลูกถั่วงอกจากถั่วลิสงแบบง่ายๆ ได้ผลผลิตเร็ว





ข้อมูลที่เป็นประโยชน์นี้ มาจาก คุณ แม่เตาถ่าน สมาชิกเว็บไซต์ พันทิปดอทคอม

----------------------------------




ขั้นตอนการเพาะ
1. แช่เมล็ดข้ามคืน
2. บ่มเมล็ดให้งอก
3. โรยบนทราย หรือดิน เราใช้ดินตามร้านขายต้นไม้ทั่วไปค่ะ ร่อนเอาดินก้อนใหญ่ๆ ออก
4. โรยดินทับหนาประมาณ 5 นิ้ว
6. รดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าแฉะค่ะ เดี๋ยวจะเป็นเชื้อรา
7. วางไว้ในที่ร่ม
8. รอ 4 วันนับจากวันโรยเมล็ดบนทราย ระหว่างนี้ถ้าทรายหรือดินแห้งก็ให้สเปรย์ น้ำใช้พอชื้นๆ เราใช้วิธีเอามือจิ้มดูค่ะ ถ้ายังชื้นก็ไม่ต้องรด


รอบแรกเพาะในขุยมะพร้าวค่ะ เพาะในกระถางดินเผา แล้ววางกระถางในถึงสีดำปิดฝา คอยเปิดมาฉีดน้ำเช้าเย็น




ผลที่ได้อ้วน เตี้ยเหมือนคนปลูกค่ะ 555 แถมมีใบอีกต่างหากเพราะเปิดดูบ่อย






รอบสอง เพาะในทรายค่ะ รอบนี้เพาะในอ่างเก่าค่ะ
กระเทาะให้ก้นทะลุเพื่อระบายน้ำ แช่เมล็ดแล้วบ่มให้งอก





ใส่ทรายในอ่างสูงจากก้นอ่าง สัก 3 นิ้วค่ะ






โรยเมล็ดถั่วให้กระจายเสมอกัน ถ้าทับกันจะเน่าและเกิดเชื้อราค่ะ






กลบด้วยทราย หนาสัก 5 นิ้ว





รดน้ำให้ชุ่มค่ะ หาอะไรปิดไม่ให้แสงเข้า ถังข้างบนเราเพาะในดินค่ะ






รอค่ะ ระหว่างรอคอยเช็คดูว่าทรายแห้งไหม ถ้าแห้งให้รดน้ำแนะนำให้ใช้ฟอกกี้ฉีดค่ะ พอครบ 4 วัน ต้นถั่วจะดันทรายขึ้นมาอย่างนี้








เก็บผลผลิตของเรากันค่ะ














ถั่วเหลืองเราก็เพาะนะ ใช้วิธีเดียวกันกับถัวลิสงเลยค่ะ แต่ต้องระวังเรื่องน้ำมากกว่าเพราะเน่าง่ายมาก






รูปทั้งหมดเป็นของปีที่แล้วนะคะ หลังๆ ไม่ได้ถ่ายรูปไว้
หวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากเพาะถั่วลิสงงอก กินเองนะคะ






ขอบคุณข้อมูและภาพจาก คุณ แม่เตาถ่าน เว็บไซต์พันทิปดอทคอม

ปลูกผักบุ้งลอยน้ำไม่ต้องรดน้ำ








วัสดุอุปกรณ์
1. ลังส้ม
2. ขวดน้ำ 1.5 ลิตร (8 ใบ ต่อ ลังส้ม 1 ลัง)
3. เชือก
4. ถุงพลาสติกขนานใหญ่
5. เทปกาว
6. กาบมะพร้าว
7. ดินพร้อมปลูก
8. ปุ๋ยคอกม่ต้องรดน้ำ
วิธีการทำ
- นำขวดพลาสติก 1.5 ลิตรมามันติดขอบลังส้มด้วยเชือกให้แน่นเพื่อไม่ให้หลุด
- นำถุงพลาสติกมาปูในลังส้ม (เพื่อป้องกันไม่ให้ดินปลูกหล่นหายหมด) แล้วพันติดขอบลังแล้วติดด้วยเทปกาวกันหลุด แล้วเจาะรูด้านล่างเล็กน้อย และเจาะรูด้านข้างพอประมาณด้วยไม้เสียบลูกชินเพื่อให้น้ำเข้าได้จะได้ไม่ต้องเสียเวลารดน้ำ
- นำกาบมะพร้าวมาลองด้านล่างแล้วน้ำดินปลูกมาโรยทับความสูงพอประมาณแค่ครึ่งลังส้มไม่ต้องใส่เยอะมาก
- นำเมล็ดผักปุ้งที่ได้ที่แล้วมาโรยให้ทั่วลังส้ม แล้วนำดินโรยกลบหน้าเล็กน้อย (การเพาะเมล็ดผักบุ้ง
- นำปุ๋ยคอกมาโรยกลบหน้าอีกที
- แล้วรดน้ำรอให้เมล็ดผักบุ้งงอกแล้วก็นำไปลอยน้ำได้เลย
รดน้ำรอให้ผักบุ้งงอก ค่อยนำไปลอยจ้า
การปลูกผักบุ้งด้วยวิธีนี้ ใช้เวลาแค่ 20-25 วันก็สามารถได้ผลผลิตแล้ว
Cr:พี่ออโต้กับน้องอะตอม สุดที่รัก

แชมพูจากมะกรูดและอัญชัน ผมนิ่มและดกดำ



สูตรทำแชมพูผมนิ่มและดกดำ
ยาสระผมที่เราใช้อยู่ปัจจุบันมีส่วนผสมของสารเคมี หลังสระแน่นอนย่อมมีสารเคมีตกค้างอยู่ไม่มากก็น้อยแล้วแต่ว่าใครใช้ยี่ห้ออะไร  ถ้าใครพอมีเวลาว่าง หรือวันหยุดลองทำแชมพูเก็บไว้ใช้เองสิคะไม่ยากต้นทุนน้อย แต่ส่งผลดีต่อสุขภาพผม และหนังศีรษะ ด้วยสมุนไพรบ้านๆของเรานี่แหละค่ะ ใครสนใจสูตร ฟรีๆเอาไปลองทำเลย

ส่วนผสม แชมพูผมนิ่มและดกดำ

1. มะกรูด  1   กิโล หรือมากกว่า (  มะกรูดเป็นสัดส่วนหลัก  เจ้าของสูตรแนะนำให้เน้นมะกรูดเป็นหลัก มะกรูดน้อยเกินไปจะทำปฏิกิริยากับเบกกิ้งโซดาได้ไม่ดี ไม่เป็นฟอง )
2. ดอกอัญชัน   2 – 3  ขีด
3. ขิงสด 2 – 3  ขีด
4. เบคกิ้งโซดา 1 ถุง
5.น้ำสะอาด

วิธีทำแชมพูผมนิ่มและดกดำ

1.ล้างมะกรูด ขิง ดอกอัญชัญ ด้วยน้ำสะอาด จนแน่ใจว่าสะอาดดี โดยเฉพาะขิงต้องไม่มีดินติด
2.หั่นมะกรูด หั่นขิง เป็นเเว่นบางๆ
3.นำขิง มะกรูด ดอกอัญชันไปต้มรวมกันโดยใส่น้ำสะอาดให้ท่วมสมุนไพร ไม่ต้องให้สมุนไพรลอย ( เหมือนหุงข้าว ท่วมหลังมือ ) น้ำจะเยอะเกินไม่เข้มข้น
4.ตั้งไฟอ่อนๆ – ไฟกลางๆ ห้ามใช้ไฟแรง เพราะสมุนไฟรจะค่อยๆซึม หากใช้ไฟแรงน้ำจะแห้งเร็ว
5.สังเกตว่าดอกอัญชัญและมะกรูดเปื่อยยุ่ยแล้ว นำขึ้นจากเตา พักไว้ให้เย็น
6. นำไปกรองเอาเฉพาะส่วนน้ำ เก็บใส่ขวดสะสะอาด ปิดผาให้มิดชิด

วิธีสระ แชมพูผมนิ่มและดกดำ

1.เเบ่งน้ำยาสระผมจากขวด พอประมาณ สำหรับที่จะสระ ใส่ในภาชนะ และตักผงเบคกิ้งโซดาลงไป 1 ช้อนชา คนๆให้เข้ากัน แล้วสระผมตามปกติ
2. ล้างผมออกให้สะอาด หลายๆคนอาจตกใจขณะที่ผมยังไม่แห้งจะรู้สึกว่าผมกระด้าง เป้นปกติค่ะ รคอให้ผมแห้งแลัวหวีๆดูจะพบว่าผมนิ่มมากๆ แทบจะไม่ต้องไดส์เลยทีเดียว ( สวยจังตังอยู่ครบค่ะสาวๆ)

คำถามคาใจของใครหลายคน
1.ไม่ใส่ เบคกิ้งโซดาได้หรือไม่   ?
คำตอบ คือได้ แต่ไม่ดี ใส่เบคกิ้งโซดาจะให้ผลดีกว่า เนื่องจากน้ำสมุนไพรที่เราต้มมีฤททธิ์เป็นกรด หากสระเพียวๆผมจะเเข็งมากๆ  เบคกิ้งโซดามีคุณสมบัติเป็นด่าง  พอนำมาผสมกันจะทำให้มีฤทธิ์เป็นกลางสระคล่องๆ เหมือนยาสระผมที่ซื้อตามห้างสรรพสินนั่นเอง

2.ต้องเเช่ตู้เย็นหรือไม่ ?

คำตอบ เก็บที่อุญหภูมิปกตินาน 2สัปดาห์ไม่เสีย ใครจะแช่ตู้เย็นก็ได้ไม่ผิดกติกาค่ะ

3.เติมสมุนไพรชนิดอื่นได้หรือไม่ ?

คำตอบ สามารถเติมได้ตามต้องการหาก ค้นพบว่าสมุนไพรชนิดนั้นมีคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพผม

ขิง มีคุณสมบัติส่งเสริมการงอกของเส้นผม เหมาะสำหรับคนผมร่วงมาก หัวล้าน
มะกรูด บำรุงให้เส้นผมแข้งแรง เป็นเงางาม
ดอกอัญชัญ มี แอนโทไซยานิน (anthocyanin) บำรุงหนังศีรษะ กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตของหนังศีรษะช่วยให้ผมดกดำเป็นเงางาม

สงสารเส้นผม รักษาผมให้ห่างไกลสารเคมมี มีเส้นผสมที่นุ่มและเงางาม เห็นทุกขั้นตอนการผลืดแบบไม่ต้องสงสัยกังวลใจใดๆทั้งสิ้น เพื่อนๆทุกคนลองทำดูนะคะ

ขอบคุณข้อมูล :
FB : Tan Phonburee

ขอบคุณภาพประกอบ :
FB : ยศยา ทวีสุขภิญโญ